เสี่ยงมาแล้ว ไม่ได้กินเพร็พ (PrEP ยาป้องกันเอชไอวีก่อนสัมผัสเชื้อ) มาก่อนหน้านั้น แต่ตอนนี้มีเพร็พอยู่กับตัว แนวทางการจัดบริการเพร็พของไทยเขียนว่า ให้รับประทานเพร็พที่มีอยู่ตามจำนวนที่แนวทางกำหนด แล้วไปรับเป๊ป (PEP ยาป้องกันเอชไอวีหลังสัมผัสเชื้อ) โดยเร็วที่สุด ไม่เกิน 72 ชั่วโมงหลังเสี่ยง ยาที่กินไปตอนนั้นไม่ได้แทนเป๊ป และไม่ได้ยืดเส้นตาย 72 ชั่วโมงออกไป

บทความนี้เขียนให้คนเชียงใหม่และภาคเหนือ ซึ่งหลายคนอยู่ไกลหน่วยบริการ ข้อมูลอ้างจากแนวทางเพร็พของกรมควบคุมโรคฉบับที่ใช้อยู่เมื่อเขียนบทความนี้ ลิงก์ไฟล์เต็มอยู่ท้ายบทความ

เสี่ยงมาแล้วและมีเพร็พอยู่กับตัว แนวทางไทยให้ทำอะไรก่อน

หัวข้อเรื่องกรณีลืมรับประทานยาในแนวทางเพร็พของไทยเขียนว่า หากไม่ได้รับประทานเพร็พภายในช่วงเวลาที่ระบุไว้ก่อนหน้านั้นมาก่อน แต่มีเพร็พอยู่กับตัว ให้รับประทานเพร็พที่มีอยู่ตามจำนวนที่แนวทางกำหนด แล้วไปรับเป๊ปโดยเร็วที่สุด ไม่เกิน 72 ชั่วโมงหลังเสี่ยง ส่วนจำนวนเม็ดของสูตรที่คุณใช้อยู่ เจ้าหน้าที่หรือเภสัชกรที่จ่ายยาเป็นคนบอกให้ได้ชัดที่สุด

เหตุผลอยู่ในคำถามพบบ่อยท้ายเล่มเดียวกัน แนวทางเขียนว่า ผู้ที่มีความเสี่ยงเอชไอวีควรรับประทานยาต้านไวรัสโดยเร็วที่สุด และเขียนต่อว่า หากคาดว่าช่วงเวลาก่อนการไปรับเป๊ปอาจใช้เวลานาน การรับประทานเพร็พที่มีอยู่ตามจำนวนที่แนวทางกำหนดก่อนไปรับเป๊ป จะช่วยให้เพิ่มโอกาสป้องกันเอชไอวีให้สำเร็จได้เป็นอย่างมาก

คำว่า "หากคาดว่าช่วงเวลาก่อนการไปรับเป๊ปอาจใช้เวลานาน" เป็นเงื่อนไขที่แนวทางกำกับไว้เอง ไม่ใช่คำสั่งให้ทุกคนกินเม็ดที่มีทุกครั้งที่เสี่ยง ถ้าคุณอยู่ไกลจนต้องรอรถหรือรอฟ้าสว่าง เงื่อนไขนี้ตรงกับคุณพอดี

แนวทางไทยปี 2568 แยกไว้หลายกรณี ไม่ใช่คำตอบเดียว

หัวข้อเรื่องการลืมรับประทานยาไล่เป็นกรณี ตามว่าคุณกินเพร็พครั้งสุดท้ายไปนานแค่ไหน และอยู่ในกลุ่มไหน

สรุปจากหัวข้อการลืมรับประทานยา ในบทของเพร็พชนิดรับประทานของแนวทางเพร็พไทย
สถานการณ์ของคุณ สิ่งที่แนวทางเขียนไว้ แนวทางพูดถึงเป๊ปไว้อย่างไร
เพศกำเนิดชาย กินเพร็พครั้งสุดท้ายไม่เกิน 7 วัน สามารถกินเพร็พที่มีอยู่หลังเสี่ยง แล้วกินต่อตามคำแนะนำปกติได้ บรรทัดนี้ไม่ได้เขียนถึงเป๊ป
เพศกำเนิดหญิง เพศกำเนิดชายที่มีช่องคลอดใหม่ และผู้ใช้สารเสพติดด้วยวิธีฉีด กินครั้งสุดท้ายไม่เกิน 3 วัน เหมือนแถวบน บรรทัดนี้ไม่ได้เขียนถึงเป๊ป
ไม่ได้กินเพร็พในกรอบเวลาสองแถวบน แต่มีเพร็พอยู่กับตัว กินเพร็พที่มีอยู่ตามจำนวนที่แนวทางกำหนด ให้ไปรับเป๊ปโดยเร็วที่สุด ไม่เกิน 72 ชั่วโมงหลังเสี่ยง
ลืมเม็ดกลางของสูตร 2-1-1 หลังมีเพศสัมพันธ์ กินได้อย่างช้า 48 ชั่วโมงหลังมีเพศสัมพันธ์ หากเกินกว่านั้น ให้พิจารณารับเป๊ป

สองแถวบนกับแถวที่สามให้คำตอบคนละแบบ ตัวแปรคือคุณเพิ่งกินเพร็พไปเมื่อไร ถ้าอยากทบทวนการนับเม็ดที่ลืมกิน อ่านต่อที่ ถ้าลืมกิน PrEP ควรกินชดเชยอย่างไร

Quicky

ตัวเลข 7 วันกับ 3 วัน เป็นของคนละกลุ่ม อย่าหยิบข้ามกลุ่ม

แนวทางเขียนกรอบ 7 วันไว้กับเพศกำเนิดชาย และกรอบ 3 วันไว้กับเพศกำเนิดหญิง เพศกำเนิดชายที่มีช่องคลอดใหม่ และผู้ใช้สารเสพติดด้วยวิธีฉีด การจำตัวเลขเดียวไปใช้กับทุกคนจึงพลาดในทิศที่อันตราย เพราะคนที่คิดว่ายังอยู่ในกรอบ 7 วัน อาจไม่ไปรับเป๊ปทั้งที่แนวทางให้ไป

คำถามพบบ่อยอีกข้อในเล่มเดียวกันอธิบายว่า การรับประทาน 2:1:1 ส่งผลให้มีสัดส่วนความเข้มข้นของยาในทวารหนักอยู่ในระดับที่เพียงพอได้ถึง 10 วัน แต่ในช่องคลอดกลับอยู่ได้เพียง 3-5 วัน ข้อความนี้อยู่ในเรื่องวิธีหยุดยา แนวทางไม่ได้โยงเข้ากับกรอบเวลาการกลับมากินหลังเสี่ยงโดยตรง เรายกมาให้เห็นว่าทำไมตัวเลขสองกลุ่มจึงไม่เท่ากัน อีกบรรทัดของคำถามเดียวกันยังเขียนว่า แนวทางฉบับนี้จัดกลุ่มเพศกำเนิดหญิงให้รับประทานแบบ 2:7 เพื่อความง่าย แต่ในความเป็นจริง เพศกำเนิดหญิงที่มีความเสี่ยงเอชไอวีทางทวารหนักเพียงอย่างเดียว สามารถรับประทานแบบ 2:1:1 ได้

ภาพผู้รับบริการคุยกับแพทย์หลังรับประทาน PrEP ที่มีอยู่ เน้นว่ายังต้องไปรับ PEP โดยเร็ว และควรเริ่มภายใน 72 ชั่วโมงหลังเสี่ยง

กินเพร็พที่มีอยู่ไปแล้ว ยังต้องไปรับเป๊ปอยู่ดี

แนวทางไทยเขียนบรรทัดนี้ไว้ในหัวข้อการตรวจทางห้องปฏิบัติการที่จำเป็น ณ แรกเข้า ว่าเริ่มเพร็พได้แม้เสี่ยงในช่วง window period ยกเว้นกรณีที่มีความเสี่ยงเอชไอวีครั้งล่าสุดไม่เกิน 72 ชั่วโมง ควรพิจารณารับเป๊ปให้ครบ 28 วัน แล้วจึงเริ่มเพร็พ บรรทัดนี้เขียนสำหรับคนที่กำลังจะเริ่มเพร็พ ไม่ได้เขียนไว้สำหรับผู้ที่ใช้เพร็พอยู่แล้ว กรณีที่ตรงกับคุณคือหัวข้อการลืมรับประทานยา ซึ่งให้กินเพร็พที่มีอยู่แล้วไปรับเป๊ป ไม่ได้ให้หยุดเพร็พ 28 วันแล้วเริ่มใหม่ การกินเพร็พที่มีอยู่ระหว่างทางจึงเป็นการซื้อเวลา ไม่ใช่การจบเรื่อง

องค์กรข้อมูลการรักษาเอชไอวี HIV i-Base ในสหราชอาณาจักร เขียนว่า เป๊ปต้องเริ่มเร็วที่สุดหลังการสัมผัส ควรเป็นหลักชั่วโมงมากกว่าหลักวัน และว่าแนวทางส่วนใหญ่กำหนดเส้นตัดของเป๊ปไว้ที่ 48 ชั่วโมงหลังการสัมผัส แม้สหราชอาณาจักรจะรับเป๊ปได้ถึง 72 ชั่วโมง แต่โอกาสได้ผลจะน้อยลงมากเมื่อใช้ช้าขนาดนั้น นั่นคือบริบทของเขา ส่วนกรอบที่ใช้กับคุณคือ 72 ชั่วโมงตามแนวทางไทย

ถ้าอยากเข้าใจว่าเป๊ปทำงานอย่างไรและต้องกินต่อเนื่องนานแค่ไหน อ่านเพิ่มได้ที่ รู้จัก ยาเป๊ป (PEP) ยาต้านฉุกเฉินที่ช่วยป้องกันการติดเชื้อเอชไอวี

Love2Test

อยู่อำเภอไกลในเชียงใหม่ ควรเตรียมอะไรไว้ตั้งแต่วันนี้

ส่วนนี้เป็นคำแนะนำของกองบรรณาธิการ ไม่ใช่ข้อความจากแนวทาง

  • โทรถามก่อนออกเดินทางว่าที่นั่นมีเป๊ปไหมและต้องไปแผนกไหน เวลาให้บริการและรายการยาของแต่ละแห่งต่างกัน ต้องถามเป็นรายแห่ง
  • จดวันและเวลาที่เกิดเหตุทันที เพราะการนับ 72 ชั่วโมงเริ่มจากจุดนั้น ไม่ใช่จากเวลาที่คุณไปถึงโรงพยาบาล

ถ้าใช้เพร็พชนิดฉีดหรือห่วงสอด แนวทางเขียนกรณีไว้คนละหัวข้อ

คำแนะนำข้างบนอยู่ในบทของเพร็พชนิดรับประทาน และพูดถึงการกลืนยาเป็นเม็ด แนวทางไม่ได้เขียนข้อห้ามนี้ไว้ตรงตัว แต่แยกหัวข้อกรณีฉีดไม่ตรงนัดของ CAB-LA และของ LEN ไว้คนละที่ ซึ่งทั้งสองที่เขียนตรงกันว่า ถ้าไม่มียาชนิดรับประทานสำหรับคั่นระหว่างรอ ผู้รับบริการสามารถใช้เพร็พชนิดอื่นชั่วคราวได้ และทั้งสองที่ไม่ได้เอ่ยถึงเป๊ปหรือการกินยาเม็ดคั่นระหว่างรอ ตัวเลขของยาสูตรหนึ่งไม่ใช่ของทุกสูตร แนวทางมีตารางแสดงเวลาที่เริ่มออกฤทธิ์ป้องกันเอชไอวีไว้ต่างกันตามชนิด

  • ชนิดรับประทาน คือสูตร TDF/FTC และ TAF/FTC ซึ่งเป็นชื่อย่อของตัวยา ออกฤทธิ์ที่ 2 ชั่วโมง นับจากที่กินยาตามจำนวนที่แนวทางกำหนด
  • ชนิดฉีดเข้ากล้ามเนื้อ CAB-LA ออกฤทธิ์ที่ 1 สัปดาห์ นับจากที่ฉีดครั้งแรก
  • ห่วงสอดช่องคลอด DVR ออกฤทธิ์ที่ 24 ชั่วโมง นับจากที่สอดห่วงครั้งแรก
  • ชนิดฉีดใต้ผิวหนัง LEN ออกฤทธิ์ที่ 3 วัน นับจากที่ฉีดครั้งแรก

ถ้าใช้ชนิดฉีดหรือห่วงสอดแล้วเกิดความเสี่ยง อย่าหยิบยาเม็ดของคนอื่นมากินเอง ให้โทรหาผู้ให้บริการที่ดูแลคุณ แล้วไปรับการประเมินเรื่องเป๊ปในกรอบ 72 ชั่วโมง

คำถามที่พบบ่อย

กินเพร็พที่มีอยู่แล้วสบายใจขึ้น ไม่ไปรับเป๊ปได้ไหม

แนวทางเขียนชัดว่าหลังกินเพร็พที่มีอยู่แล้ว ให้ไปรับเป๊ปโดยเร็วที่สุด ไม่เกิน 72 ชั่วโมงหลังเสี่ยง คำว่าเพิ่มโอกาสป้องกันให้สำเร็จ ไม่เท่ากับป้องกันสำเร็จแล้ว ส่วนจะกินต่ออย่างไร ให้ผู้ให้บริการประเมินเป็นรายคน

ระหว่างรับเป๊ป จะเกิดอะไรกับเพร็พที่ใช้อยู่

แนวทางไม่ได้เขียนคำแนะนำเฉพาะสำหรับผู้ที่ใช้เพร็พอยู่แล้วและต้องไปรับเป๊ปไว้ สิ่งที่เขียนไว้คือหัวข้อการลืมรับประทานยา ซึ่งให้กินเพร็พที่มีอยู่แล้วไปรับเป๊ป ส่วนบรรทัดเรื่องการตรวจแรกเข้าและคำถามพบบ่อยที่ว่าด้วยการเริ่มเพร็พหลังรับเป๊ปครบ 28 วัน เขียนไว้สำหรับผู้ที่กำลังจะเริ่มเพร็พ การกินต่ออย่างไรจึงต้องให้ผู้ให้บริการประเมินเป็นรายคน

ไม่มีเพร็พอยู่กับตัวเลย ควรทำอย่างไร

บรรทัดที่เราอ้างเขียนไว้สำหรับคนที่มียาอยู่กับตัวเท่านั้น แนวทางไม่ได้เขียนถึงกรณีไม่มียาไว้ในหัวข้อนี้ สิ่งที่เขียนไว้กว้าง ๆ คือผู้ที่มีความเสี่ยงควรได้ยาต้านไวรัสโดยเร็วที่สุด ทางที่เหลือคือออกไปหาหน่วยบริการทันที

Buddy Chat — Love2Test

สรุป

ถ้าเสี่ยงมาแล้วและมีเพร็พอยู่กับตัวโดยไม่ได้กินมาก่อนในกรอบเวลาที่แนวทางกำหนด แนวทางไทยปี 2568 ให้กินเพร็พที่มีอยู่ตามจำนวนที่กำหนดแล้วไปรับเป๊ปให้ทันใน 72 ชั่วโมง ซึ่งเป๊ปต้องกินให้ครบ 28 วัน ส่วนคนที่เพิ่งกินเพร็พไปไม่เกิน 7 วันหรือ 3 วันตามกลุ่มของตน แนวทางเขียนไว้ต่างออกไป

สิ่งที่ควรทำต่อคือเก็บเบอร์หน่วยบริการไว้ใกล้มือตั้งแต่วันนี้ และถ้ายังไม่เคยคุยกับใครเรื่องเพร็พ เริ่มที่ PrEP: วางแผนป้องกัน HIV ก่อนมีโอกาสสัมผัสเชื้อ ของมูลนิธิเพื่อรัก (Love Foundation)

แหล่งอ้างอิง