การไปรับเพร็พครั้งแรกในเชียงใหม่มีโอกาสจบได้ในวันเดียว เพราะแนวทางการจัดบริการยาป้องกันก่อนการสัมผัสเชื้อเอชไอวีของประเทศไทย ปี 2568 แนะนำให้จัดบริการเพร็พ (PrEP) ภายในวันเดียว และระบุว่าการตรวจที่จำเป็น ณ แรกเข้า คือตรวจเอชไอวีอย่างเดียว แต่จะได้ยากลับบ้านจริงไหมขึ้นกับแต่ละแห่ง จึงควรโทรถามก่อนไป
ถ้าอ่านแค่บรรทัดเดียว ให้จำว่า วันแรกจำเป็นต้องตรวจเอชไอวีอย่างเดียว การตรวจอื่นเลื่อนไปทำภายใน 3 เดือนแรกได้ และยาเม็ดเริ่มออกฤทธิ์ป้องกันเมื่อครบ 2 ชั่วโมงหลังยาชุดแรก
รับเพร็พครั้งแรกในเชียงใหม่ ได้ยาวันเดียวเลยไหม
แนวทางปี 2568 เขียนตรง ๆ ว่าแนะนำให้จัดบริการเพร็พภายในวันเดียว เพื่อให้เข้าถึงการป้องกันได้เร็วที่สุด ถ้าผลตรวจยังไม่ออก ก็เปิดทางให้ส่งผู้รับบริการไปตรวจแล้วแจ้งผลภายหลังได้ ถ้าหน่วยบริการมีข้อจำกัด ตรวจเอชไอวีอย่างเดียวก็เริ่มเพร็พได้ การตรวจรายการอื่นเลื่อนไปนัดถัดไปได้
ทั้งหมดนี้เป็นคำแนะนำระดับประเทศ ไม่ใช่การรับประกันว่าทุกแห่งทำได้เหมือนกัน เพราะเวลาทำการ คิว และห้องปฏิบัติการไม่เท่ากัน แปลว่าอะไรสำหรับคุณ ให้โทรถามก่อนว่าที่นั่นจ่ายยาวันเดียวกันไหม
รอผลตรวจกับไม่รอผล ต่างกันตรงไหน
แนวทางวางขั้นตอนไว้สองทาง ทางแรกคือรอผลก่อน ผลเป็นลบก็จ่ายยาและนัดครั้งหน้า ผลสรุปไม่ได้ให้ตรวจด้วยวิธีหาสารพันธุกรรมของไวรัส (NAAT) ทันที หรือตรวจซ้ำใน 2–4 สัปดาห์ ส่วนผลเป็นบวกจะส่งต่อเพื่อเริ่มยาต้านไวรัสเร็วที่สุด
ทางที่สองคือไม่รอผล หน่วยบริการจ่ายยาให้ก่อน แล้วแจ้งผลทางโทรศัพท์ ข้อความ หรืออีเมลตามมา แผนภาพของแนวทางเขียนว่าเมื่อผลเป็นลบจึงแจ้งให้เริ่มเพร็พได้ ถ้าผลสรุปไม่ได้จะนัดเจาะเลือดใน 2–4 สัปดาห์โดยยังไม่เริ่ม
แปลว่าอะไรสำหรับคุณ การมียาอยู่ในมือไม่ได้แปลว่าเริ่มกินได้ทันทีเสมอไป ให้ถามให้ชัดว่ากินได้เลยวันนี้หรือรอฟังผลก่อน
เมื่อได้ไฟเขียวแล้ว แนวทางวางวิธีเริ่มยาชุดแรกไว้ก่อนมีเพศสัมพันธ์ และยาเริ่มออกฤทธิ์ป้องกันเมื่อครบ 2 ชั่วโมงนับจากยาชุดแรกนั้น จากนั้นจึงกินต่อเนื่อง ส่วนจำนวนยาในแต่ละจังหวะ เวลาที่ต้องกินก่อนมีเพศสัมพันธ์ และจำนวนวันที่กินต่อหลังเพศสัมพันธ์ครั้งสุดท้าย ไม่เท่ากันทุกกลุ่ม เภสัชกรหรือผู้ให้บริการที่คลินิกจะยืนยันให้เป็นรายคน ถามได้เลยตอนรับยา
ต้องเจาะเลือดครบก่อนถึงจะได้ยาไหม
แนวทางแบ่งการตรวจเป็นสามแถบคนละความหมาย ถ้าอ่านรวมกันจะเข้าใจผิดว่าต้องตรวจครบก่อนจึงจะได้ยา
| แถบในตาราง | รายการตรวจ | ช่วงเวลาที่ตารางกำหนด |
|---|---|---|
| การตรวจที่จำเป็น | เอชไอวี | แรกเข้าที่เดือนที่ 0 จากนั้นผู้ใช้ยาเม็ดตรวจซ้ำเดือนที่ 1 และทุก 3 เดือน |
| การตรวจที่จำเป็น เมื่อใช้ TDF/FTC และ TAF/FTC ซึ่งเป็นชื่อย่อของยาเม็ดที่ใช้เป็นเพร็พ | การทำงานของไต คือค่าครีเอทินินและค่าประเมินการกรองของไต (eGFR) | ภายในเดือนที่ 0–3 ในผู้ที่อายุ 50 ปีขึ้นไป และผู้ที่อายุน้อยกว่านั้นที่มีปัจจัยเสี่ยงไตทำงานบกพร่อง จากนั้นทุก 6–12 เดือน ส่วนผู้ที่อายุน้อยกว่า 50 ปีที่ไม่มีปัจจัยเสี่ยง ตารางกำกับว่าเป็นทางเลือก |
| การตรวจที่แนะนำ หากไม่มีข้อจำกัดในการให้บริการ | ซิฟิลิส หนองใน คลามิเดีย และไวรัสตับอักเสบบีในรายที่ไม่เคยรับวัคซีน | ภายในเดือนที่ 0–3 จากนั้นซิฟิลิสทุก 3 เดือน หนองในและคลามิเดียทุก 6 เดือน ไวรัสตับอักเสบบีทุก 12 เดือน |
ปัจจัยเสี่ยงไตที่ตารางยกตัวอย่างคือเบาหวานและความดันโลหิตสูง ส่วนซิฟิลิส หนองใน และคลามิเดีย อยู่ในแถบแนะนำ ไม่ใช่แถบจำเป็น จึงไม่ใช่เงื่อนไขที่กั้นไม่ให้เริ่มยา แต่ถ้าตรวจได้วันเดียวกันก็ควรตรวจ
เพิ่งเสี่ยงมาไม่กี่วัน เริ่มเพร็พเลยได้ไหม
ถ้าความเสี่ยงครั้งล่าสุดผ่านมาไม่เกิน 72 ชั่วโมง แนวทางให้พิจารณารับยาป้องกันหลังสัมผัสเชื้อหรือเป๊ป (PEP) ซึ่งต้องกินให้ครบ 28 วัน แล้วจึงเริ่มเพร็พ ส่วนผู้ที่เสี่ยงมาเกิน 72 ชั่วโมงและไม่มีอาการสงสัยเอชไอวีระยะเฉียบพลัน รับเพร็พได้ โดยเน้นความสำคัญของการตรวจซ้ำที่เดือนที่ 1 ความต่างของยาสองตัวนี้อ่านได้ที่บทความ PrEP กับ PEP ต่างกันอย่างไร
แนวทางยังเขียนว่าไม่ต้องกังวลเรื่องระยะฟักตัวหรือ window period ของชุดตรวจ เพราะผู้เริ่มเพร็พต้องกลับมาตรวจซ้ำ 1 เดือนหลังเริ่มยาอยู่แล้ว การตรวจแรกเข้าทำได้ทั้งในห้องปฏิบัติการ ชุดตรวจแบบรวดเร็ว และชุดตรวจด้วยตนเอง ซึ่งระยะฟักตัวแต่ละแบบไม่เท่ากัน ข้อยกเว้นคือผู้ที่สงสัยเอชไอวีระยะเฉียบพลัน ซึ่งเป็นช่วงที่ปริมาณไวรัสมักสูงและการเริ่มเพร็พมีโอกาสเกิดเชื้อดื้อยา อาการที่เอกสารระบุว่าพบหลังรับเชื้อ 2–6 สัปดาห์ คือไข้ซึ่งพบมากที่สุด รองลงมาคืออ่อนเพลียและเจ็บคอ ถ้ามีอาการแบบนี้ให้บอกเจ้าหน้าที่ ดูเพิ่มที่บทความ มีไข้ตอนใช้ PrEP ต้องทำอย่างไร
ไม่อยากบอกชื่อจริง ขอรับแบบไม่ระบุชื่อได้ไหม
แนวทางระบุว่าบริการเพร็พให้บริการแบบระบุชื่อเหมือนบริการสุขภาพทั่วไปก็ได้ แต่ยอมรับว่าบางรายต้องการรับบริการแบบไม่ระบุชื่อ เพื่อหลีกเลี่ยงการถูกตีตราและการเลือกปฏิบัติ วิธีที่หน่วยบริการหลายแห่งใช้ คือใช้อักษรตัวแรกของชื่อและนามสกุล ร่วมกับวันเดือนปีเกิดและเบอร์โทรศัพท์ ความกลัวว่าจะมีคนรู้จึงไม่ควรเป็นเหตุผลที่ทำให้ไม่ไป แต่ควรโทรถามก่อนว่าที่นั่นรับแบบนี้หรือไม่
ใครจ่ายยาเพร็พให้เราได้บ้าง
แนวทางเขียนว่าบริการเพร็พไม่จำเป็นต้องจัดโดยแพทย์เท่านั้น บุคลากรอื่นให้คำปรึกษาและจ่ายเพร็พภายใต้การดูแลของแพทย์ได้ และแพทย์ผู้ให้บริการไม่ต้องเป็นแพทย์เฉพาะทาง
- พยาบาลวิชาชีพเวชปฏิบัติในสถานบริการภาครัฐ ซึ่งทำงานภายใต้การดูแลของแพทย์ จ่ายเพร็พได้
- แนวทางอ้างประกาศของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา ลงวันที่ 9 พฤศจิกายน 2567 ที่ระบุช่องทางจำหน่าย“ยารักษาโรคเอดส์”ใน 3 ประเภทสถานที่ คือ โรงพยาบาล คลินิกเวชกรรม และร้านยาตามโครงการ 30 บาทรักษาทุกที่ด้วยบัตรประชาชนใบเดียว จากเดิมที่จ่ายได้เฉพาะในโรงพยาบาล
องค์กรภาคประชาสังคมก็ทำงานร่วมกับสถานพยาบาลได้ อาสาสมัครตามระเบียบกระทรวงสาธารณสุข 3 ฉบับ พ.ศ. 2562 ให้การปรึกษา เก็บตัวอย่างส่งตรวจ และส่งมอบยา โดยแพทย์สั่งจ่าย ส่วนค่ายา ตารางสรุปของแนวทางระบุว่ายาเม็ดสูตร TDF/FTC และ TAF/FTC เบิกจ่ายได้ภายใต้ชุดสิทธิประโยชน์ของสำนักงานหลักประกันสุขภาพ (สปสช.)
หาหน่วยบริการในเชียงใหม่และภาคเหนืออย่างไร
แนวทางตอบคำถามว่ารับเพร็พได้ที่ใดบ้าง ด้วยการชี้ไปที่เว็บไซต์ BuddyStation ของกองโรคเอดส์และโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ กรมควบคุมโรค ซึ่งใช้ค้นหาหน่วยบริการที่ร่วมจัดบริการเพร็พกับ สปสช.
หน้าค้นหาให้เลือกจังหวัดได้ และมีเชียงใหม่อยู่ในรายการ อีกทั้งมีหมวดรวมหน่วยบริการแยกตามภาค รวมถึงภาคเหนือ ซึ่งแสดงที่อยู่ เวลาให้บริการ และเบอร์โทรของแต่ละแห่ง ข้อมูลนี้เป็นรายแห่ง ไม่ใช่ค่าเดียวทั้งภาค ตัวอย่างในหมวดภาคเหนือมีทั้งโรงพยาบาลที่ให้บริการวันจันทร์ถึงศุกร์ 08.30–16.30 น. และโรงพยาบาลที่ให้บริการเพร็พเฉพาะวันศุกร์ที่ 3 ของเดือน 08.30–12.00 น. การจำเวลาของแห่งหนึ่งไปใช้กับอีกแห่งจึงเสียเที่ยวง่าย
ก่อนออกจากบ้าน ลองโทรถามตามนี้
- ให้บริการเพร็พวันไหนบ้าง ต้องนัดล่วงหน้าหรือเดินเข้าไปได้เลย
- ถ้าไปวันนี้ มีโอกาสได้รับยากลับบ้านในวันเดียวกันหรือไม่
- ต้องรอผลก่อนเริ่มกินยา หรือจ่ายยาก่อนแล้วแจ้งผลตามหลัง
- ต้องเตรียมเอกสารอะไร ใช้สิทธิค่ายาอย่างไร และตรวจซิฟิลิส หนองใน คลามิเดีย ได้ที่นี่เลยไหม
คำถามที่พบบ่อย
ยังไม่เคยมีเพศสัมพันธ์ ขอรับเพร็พไว้ก่อนได้ไหม
ได้ แนวทางตอบไว้ว่าแม้ยังไม่เคยมีเพศสัมพันธ์ แต่หากคาดว่าจะมีความเสี่ยงในอนาคต ก็รับเพร็พเพื่อเตรียมความพร้อมล่วงหน้าได้
กินเพร็พแล้วยังต้องใช้ถุงยางอนามัยไหม
แนวทางอธิบายว่าเพร็พป้องกันเอชไอวี ส่วนถุงยางอนามัยป้องกันได้ทั้งเอชไอวี โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ และการตั้งครรภ์ การใช้ร่วมกันหรือไม่ขึ้นกับเป้าหมายของแต่ละคน
ใครที่ยังเริ่มเพร็พไม่ได้
ข้อห้ามใช้ที่แนวทางระบุมีสามข้อ คือมีผลตรวจเอชไอวีเป็นบวก มีประวัติและอาการเข้าได้กับเอชไอวีระยะเฉียบพลัน และแพ้ส่วนประกอบของเพร็พ ผู้ให้บริการจะประเมินให้ในวันที่ไป
สรุป
แนวทางไทยปี 2568 ทำให้การเริ่มเพร็พเร็วขึ้นกว่าเดิม วันแรกจำเป็นต้องตรวจเอชไอวีอย่างเดียว แต่ในทางปฏิบัติแต่ละแห่งยังจัดบริการไม่เหมือนกัน ทั้งการจ่ายยาวันเดียว การรอผล และเวลาเปิดบริการ สิ่งที่ทำได้ทันทีคือเปิดหน้าค้นหาหน่วยบริการของ BuddyStation เลือกเชียงใหม่ แล้วโทรถามตามคำถามข้างบน ถ้าอยากทบทวนพื้นฐานก่อน ดูได้ที่คลังความรู้พื้นฐานเอชไอวีของมูลนิธิเพื่อรัก (Love Foundation)
การไปถามเรื่องเพร็พไม่ใช่การประกาศอะไรเกี่ยวกับตัวคุณ แต่เป็นการดูแลสุขภาพแบบเดียวกับการไปตรวจประจำปี ถ้ายังลังเล เริ่มจากโทรถามก่อนก็ได้



