ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา คำว่า Chemsex เริ่มปรากฏในสื่อ สังคมออนไลน์ และบทสนทนาเกี่ยวกับสุขภาพมากขึ้น บางคนมองว่าเป็นเพียงรูปแบบหนึ่งของไลฟ์สไตล์ หรือความบันเทิงรูปแบบใหม่ ขณะที่บางคนอาจไม่เคยได้ยินมาก่อน หรือเข้าใจเพียงผิวเผินว่าเป็น การใช้สารเพื่อเพิ่มอรรถรสทางเพศ แต่ในความเป็นจริง Chemsex ไม่ได้มีแค่ความสนุกอย่างที่หลายคนคิด เบื้องหลังความรู้สึกตื่นเต้น ผ่อนคลาย หรือความใกล้ชิดชั่วคราว อาจแฝงไปด้วยความเสี่ยงด้านสุขภาพกาย สุขภาพจิต และผลกระทบต่อชีวิตในระยะยาว

Chemsex คืออะไร?

Chemsex เป็นคำที่ใช้เรียกพฤติกรรมการมีเพศสัมพันธ์ร่วมกับการใช้สารบางชนิด เพื่อเปลี่ยนแปลงอารมณ์ ความรู้สึก หรือการรับรู้ทางร่างกายและจิตใจ โดยมีจุดประสงค์เพื่อ

  • เพิ่มความกล้า
  • ลดความยับยั้งชั่งใจ
  • เพิ่มความรู้สึกพึงพอใจ
  • ยืดระยะเวลาของกิจกรรม

คำว่า Chemsex มาจากการรวมคำว่า

  • Chemical (สารเคมีหรือสารออกฤทธิ์ต่อจิตประสาท)
  • Sex (เพศสัมพันธ์)

สิ่งสำคัญคือ Chemsex ไม่ได้หมายถึงตัวบุคคลหรืออัตลักษณ์ แต่หมายถึง พฤติกรรม รูปแบบหนึ่งเท่านั้น

Chemsex เกิดขึ้นได้อย่างไร? และทำไมจึงพบมากขึ้น

การเกิดขึ้นของ Chemsex ไม่ได้เกิดจากปัจจัยใดปัจจัยหนึ่งเพียงอย่างเดียว แต่เป็นผลจากหลายองค์ประกอบร่วมกัน เช่น

  • การเปลี่ยนแปลงของวัฒนธรรมทางเพศ
  • การเข้าถึงสารออกฤทธิ์ง่ายขึ้น
  • เทคโนโลยีและแอปพลิเคชันหาคู่
  • ความเครียด ความโดดเดี่ยว หรือแรงกดดันทางสังคม
  • การแสวงหาประสบการณ์ใหม่หรือการหลีกหนีปัญหาชั่วคราว

ในบางบริบท Chemsex อาจถูกมองว่าเป็นพื้นที่ปลอดภัยทางอารมณ์หรือพื้นที่ที่ไม่ต้องอธิบายตัวตน แต่ในขณะเดียวกันก็อาจกลายเป็นพื้นที่เสี่ยงโดยไม่รู้ตัว

ประเภทของสารที่มักเกี่ยวข้องกับ Chemsex

  • สารที่กระตุ้นพลังงานและความตื่นตัว สารกลุ่มนี้มักทำให้รู้สึกมีแรง ไม่ง่วง เพิ่มความมั่นใจ และความต้องการทางเพศ ตัวอย่างเช่น
    • เมทแอมเฟตามีน (เช่น ไอซ์) มักถูกเชื่อมโยงกับความรู้สึกตื่นตัวสูง มีพลังงานมากผิดปกติ และลดความยับยั้งชั่งใจอย่างมาก ผลกระทบที่พบได้คือหัวใจทำงานหนัก ความเครียดสูง นอนไม่หลับ อารมณ์แปรปรวน และเพิ่มพฤติกรรมเสี่ยงทางเพศ
    • เมเฟโดรน (Mephedrone) เป็นสารสังเคราะห์ที่มีฤทธิ์กระตุ้นและส่งผลต่ออารมณ์ ทำให้รู้สึกคึกคัก เปิดใจ และมีความต้องการทางเพศเพิ่มขึ้น หลังฤทธิ์ยาหมดอาจเกิดอารมณ์ตก วิตกกังวล หรืออ่อนล้าอย่างรุนแรง
    • โคเคน (Cocaine) มักทำให้รู้สึกมั่นใจ กระฉับกระเฉง และกล้าแสดงออกมากขึ้น แต่ฤทธิ์สั้น ทำให้บางคนใช้ซ้ำบ่อย ซึ่งเพิ่มความเสี่ยงต่อหัวใจ ระบบประสาท และการตัดสินใจที่ไม่รอบคอบ
  • สารที่ส่งผลต่ออารมณ์และความรู้สึกผูกพัน มักทำให้รู้สึกเปิดใจ ใกล้ชิดกับผู้อื่น และมีความเชื่อมโยงทางอารมณ์มากขึ้น ตัวอย่างเช่น
    • MDMA (เอ็กซ์ตาซี) มักทำให้รู้สึกอบอุ่น ใกล้ชิด เห็นอกเห็นใจผู้อื่น และลดความกลัวในการสื่อสาร อย่างไรก็ตาม หลังฤทธิ์ยาหมดอาจเกิดความรู้สึกว่างเปล่า เศร้า หรือซึมเศร้า เนื่องจากการเปลี่ยนแปลงของสารเคมีในสมอง
  • สารที่ลดการยับยั้งชั่งใจและเปลี่ยนการรับรู้ อาจทำให้รู้สึกผ่อนคลาย ลดความกังวล หรือรู้สึกแยกจากความเป็นจริงชั่วคราว ตัวอย่างเช่น
    • GHB / GBL มักถูกกล่าวถึงว่าให้ความรู้สึกผ่อนคลายและเคลิบเคลิ้ม แต่มีช่วงความปลอดภัยแคบมาก ความผิดพลาดเล็กน้อยอาจนำไปสู่อาการหมดสติ ความจำขาดหาย หรืออันตรายต่อชีวิตได้
    • คีตามีน (Ketamine) อาจทำให้รู้สึกแยกจากความเป็นจริง ลดความเจ็บปวด หรือเปลี่ยนการรับรู้ของร่างกาย แต่ก็เพิ่มความเสี่ยงต่ออุบัติเหตุ การบาดเจ็บ และผลกระทบด้านสุขภาพจิตเมื่อใช้ซ้ำ
  • การใช้สารหลายชนิดในช่วงเวลาเดียวกัน หมายถึงการใช้สารมากกว่าหนึ่งชนิดร่วมกันหรือสลับกัน ซึ่งเพิ่มความเสี่ยงต่อร่างกายและจิตใจอย่างมีนัยสำคัญ ตัวอย่างสถานการณ์ที่พบได้เช่น
    • การใช้สารกระตุ้นร่วมกับสารที่กดประสาท
    • การใช้หลายสารต่อเนื่องตลอดกิจกรรม
Quicky

ทำไม Chemsex ถึงถูกมองว่าอันตรายในมุมสาธารณสุข

จากมุมมองด้านสาธารณสุข Chemsex ถูกจับตามองไม่ใช่เพราะเรื่องศีลธรรมหรือความเหมาะสม แต่เพราะ พฤติกรรมนี้อาจเพิ่มความเสี่ยงหลายด้านพร้อมกัน

ความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นพร้อมกัน

  • ความเสี่ยงจากการใช้สาร
  • ความเสี่ยงจากเพศสัมพันธ์ที่ไม่ปลอดภัย
  • ความเสี่ยงต่อสุขภาพจิต
  • ความเสี่ยงจากการตัดสินใจที่ขาดการยับยั้ง

เมื่อความเสี่ยงหลายอย่างมาบรรจบกัน ผลกระทบที่ตามมาอาจรุนแรงกว่าที่คาดคิด

Chemsex กับความเสี่ยงด้านสุขภาพกาย

  • ความเสี่ยงต่อโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ การเปลี่ยนแปลงการรับรู้และการตัดสินใจอาจทำให้
    • ลดการป้องกัน
    • เพิ่มจำนวนคู่นอน
    • ละเลยสัญญาณเตือนของร่างกาย
    • ซึ่งเพิ่มความเสี่ยงต่อการติดเชื้อทางเพศสัมพันธ์ รวมถึงเอชไอวี
  • ความเสี่ยงจากการใช้สาร สารบางชนิดอาจส่งผลต่อ
    • ระบบหัวใจ
    • ระบบประสาท
    • การนอนหลับ
    • สมดุลของร่างกาย

หากใช้ซ้ำหรือใช้ต่อเนื่อง อาจเกิดผลกระทบสะสมโดยไม่รู้ตัว

Chemsex กับเอชไอวี มีความเชื่อมโยงที่หลีกเลี่ยงไม่ได้?

Chemsex กับเอชไอวี มีความเชื่อมโยงที่หลีกเลี่ยงไม่ได้?

หลายงานวิจัยระดับนานาชาติชี้ให้เห็นว่า Chemsex (การใช้สารเสพติดบางชนิดเพื่อเพิ่มประสบการณ์ทางเพศ) มีความเชื่อมโยงกับ ความเสี่ยงในการติดเชื้อเอชไอวีและโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์อื่น ๆ มากขึ้น โดยไม่ได้เกิดจากสารเสพติดโดยตรง แต่เกิดจาก พฤติกรรมและบริบทที่เปลี่ยนไปขณะอยู่ภายใต้อิทธิพลของสารเหล่านั้น

ปัจจัยที่ทำให้ Chemsex เพิ่มความเสี่ยงต่อเอชไอวี

  • การลดการยับยั้งชั่งใจ (Lowered inhibitions) สารบางชนิดส่งผลต่อสมอง ทำให้ผู้ใช้รู้สึกกล้า ตัดสินใจเร็ว และละเลยมาตรการป้องกัน เช่น ไม่ใช้ถุงยางอนามัย หรือไม่สนใจสถานะเอชไอวีของคู่นอน
  • การมีเพศสัมพันธ์เป็นเวลานานและรุนแรงมากขึ้น Chemsex มักเกี่ยวข้องกับการมีเพศสัมพันธ์ต่อเนื่องหลายชั่วโมงหรือหลายวัน เพิ่มโอกาสเกิดบาดแผลเล็ก ๆ ในอวัยวะเพศหรือทวารหนัก ซึ่งเอื้อต่อการเข้าสู่ร่างกายของเชื้อเอชไอวี
  • การมีคู่นอนหลายคนในช่วงเวลาเดียวกัน การเปลี่ยนคู่นอนบ่อย หรือมีเพศสัมพันธ์แบบกลุ่ม ทำให้ความเสี่ยงในการแพร่กระจายเชื้อเพิ่มสูงขึ้นอย่างทวีคูณ หากไม่มีการป้องกันที่เหมาะสม
  • การตัดสินใจที่ไม่รอบคอบด้านสุขภาพ ผู้ที่อยู่ในวงจร Chemsex อาจลืมหรือเลื่อนการกินยา PrEP/PEP หรือในผู้ติดเชื้อเอชไอวี อาจกินยา ARV ไม่สม่ำเสมอ ส่งผลต่อประสิทธิภาพในการป้องกันและควบคุมเชื้อ
  • การใช้สารร่วมกัน (เช่น อุปกรณ์การใช้ยา) ในบางบริบท การใช้อุปกรณ์ร่วมกันเพิ่มความเสี่ยงต่อการติดเชื้อเอชไอวีและไวรัสตับอักเสบชนิดต่าง ๆ
Love2Test

ผลกระทบด้านสุขภาพจิตที่มักถูกมองข้าม

หนึ่งใน ความจริงอีกด้านของ Chemsex ที่มักถูกพูดถึงน้อย คือ ผลกระทบทางจิตใจหลังจบประสบการณ์ ซึ่งอาจไม่เกิดขึ้นทันที แต่ค่อย ๆ สะสมและส่งผลต่อคุณภาพชีวิตในระยะยาว

สิ่งที่อาจเกิดขึ้นหลังประสบการณ์ Chemsex

  • ความรู้สึกว่างเปล่า (Emotional emptiness) หลังฤทธิ์ของสารหมดลง หลายคนอาจรู้สึกโดดเดี่ยว หมดพลัง หรือรู้สึกว่าความสุขที่เกิดขึ้นเป็นเพียงชั่วคราว ทำให้เกิดช่องว่างทางอารมณ์ที่ยากจะอธิบาย
  • ความรู้สึกผิดหรือความสับสนในตัวเอง บางคนอาจตั้งคำถามกับการตัดสินใจของตนเอง รู้สึกขัดแย้งกับค่านิยม ความเชื่อ หรือภาพลักษณ์ที่มีต่อตัวเอง ส่งผลต่อความภาคภูมิใจในตนเอง (self-esteem)
  • ความวิตกกังวล (Anxiety) ความกังวลเกี่ยวกับสุขภาพ การติดเชื้อ ความสัมพันธ์ หรือความทรงจำจากเหตุการณ์ที่ผ่านมา อาจทำให้เกิดความเครียด นอนไม่หลับ หรือคิดวนซ้ำ
  • ภาวะซึมเศร้า (Depressive symptoms) การเปลี่ยนแปลงของสารเคมีในสมอง ประกอบกับความรู้สึกโดดเดี่ยวหรือผิดหวัง อาจนำไปสู่อารมณ์เศร้า เบื่อหน่าย หรือไม่อยากทำกิจกรรมที่เคยชอบ
  • การพึ่งพาสารหรือพฤติกรรมซ้ำ (Psychological dependence) บางคนอาจเริ่มเชื่อมโยง ความสุข ความใกล้ชิด หรือความมั่นใจเข้ากับ Chemsex ทำให้รู้สึกว่าการมีเพศสัมพันธ์หรือการเข้าสังคมโดยไม่มีสารนั้นทำได้ยาก

การลดอันตราย (Harm Reduction): แนวคิดสำคัญที่ควรรู้

ในหลายประเทศทั่วโลก โดยเฉพาะในงานด้านสุขภาพทางเพศและสุขภาพจิต แนวคิด Harm Reduction (การลดอันตราย) ถูกนำมาใช้เป็นกรอบสำคัญในการดูแลผู้คนที่มีพฤติกรรมเสี่ยง รวมถึงบริบทของ Chemsex โดยมีเป้าหมายหลักคือ

  • ลดผลกระทบด้านสุขภาพ ไม่ว่าจะเป็นผลกระทบทางร่างกาย จิตใจ หรือคุณภาพชีวิตในระยะยาว
  • ลดการบาดเจ็บและอันตรายที่อาจเกิดขึ้น ทั้งอันตรายจากพฤติกรรมทางเพศ การใช้สาร และผลข้างเคียงที่ตามมา
  • ลดการแพร่เชื้อของเอชไอวีและโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์อื่น ๆ ผ่านการเข้าถึงความรู้ การป้องกัน และบริการด้านสุขภาพที่เหมาะสม

​​เมื่อใดที่ควรขอความช่วยเหลือ

การขอความช่วยเหลือไม่จำเป็นต้องรอให้เกิด ปัญหาใหญ่เสมอไป หาก Chemsex เริ่มส่งผลกระทบต่อชีวิตในด้านใดด้านหนึ่ง นั่นคือสัญญาณสำคัญที่ควรหยุดทบทวนและหันมาใส่ใจตัวเองมากขึ้น

สัญญาณที่บอกว่าอาจถึงเวลาขอความช่วยเหลือ

  • ด้านสุขภาพร่างกาย เช่น รู้สึกอ่อนเพลียเรื้อรัง พักผ่อนไม่เพียงพอ เจ็บป่วยบ่อย หรือกังวลเรื่องสุขภาพทางเพศและการติดเชื้อ
  • ด้านการทำงานหรือการเรียน สมาธิลดลง ประสิทธิภาพถดถอย ขาดงานบ่อย หรือเริ่มรู้สึกว่าสิ่งที่เคยรับผิดชอบจัดการได้ยากขึ้น
  • ด้านความสัมพันธ์ ความสัมพันธ์กับคนรอบตัวตึงเครียด เกิดความไม่ไว้วางใจ การสื่อสารลดลง หรือรู้สึกโดดเดี่ยวมากขึ้น
  • ด้านสุขภาพจิต มีความวิตกกังวล อารมณ์แปรปรวน รู้สึกเศร้า หมดหวัง หรือรู้สึกว่าควบคุมพฤติกรรมบางอย่างได้ยาก
Buddy Chat — Love2Test

อ่านบทความอื่น ๆ เพิ่มเติม

Chemsex อาจเริ่มต้นจากความสนุก ความอยากลอง หรือความต้องการหลีกหนีบางอย่างในชีวิต แต่เบื้องหลังประสบการณ์เหล่านั้นยังมีความเสี่ยงด้านสุขภาพกาย สุขภาพจิต และผลกระทบต่อชีวิตในระยะยาวที่ไม่ควรถูกมองข้าม การพูดถึงเรื่องนี้อย่างตรงไปตรงมาไม่ได้มีเป้าหมายเพื่อสร้างความกลัวหรือการตัดสิน หากแต่เพื่อให้เกิดความเข้าใจบนพื้นฐานของความเป็นจริง การมีข้อมูลที่ถูกต้องและรอบด้านช่วยให้แต่ละคนมองเห็นทางเลือกของตัวเองชัดเจนขึ้น ตัดสินใจได้อย่างรอบคอบ และดูแลตัวเองได้ดีขึ้น เพราะท้ายที่สุดแล้ว สุขภาพและชีวิตของทุกคนมีคุณค่าเกินกว่าจะต้องแลกกับความเสี่ยงที่เกิดจากการไม่รู้เท่าทันหรือขาดการป้องกันที่เหมาะสม

เอกสารอ้างอิง

  • World Health Organization (WHO). Substance use and sexual health: Public health perspectives and risks. [ออนไลน์] เข้าถึงได้จาก https://www.who.int/health-topics/substance-use
  • UNAIDS. Chemsex and HIV: Understanding risks, stigma, and harm reduction approaches. [ออนไลน์] เข้าถึงได้จาก https://www.unaids.org/en/topic/key-populations
  • HIV.gov. Substance use and HIV: How drug use affects decision-making and risk. [ออนไลน์] เข้าถึงได้จาก https://www.hiv.gov/hiv-basics/staying-in-hiv-care/other-related-health-issues/substance-use
  • กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข. ความรู้เรื่องเอชไอวี พฤติกรรมเสี่ยง และผลกระทบจากการใช้สารต่อสุขภาพ. [ออนไลน์] เข้าถึงได้จาก https://ddc.moph.go.th
  • สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.). ข้อมูลสารออกฤทธิ์ต่อจิตประสาทและผลกระทบต่อร่างกายและจิตใจ. [ออนไลน์] เข้าถึงได้จาก https://www.oncb.go.th