โรคพยาธิในช่องคลอด เป็นโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ที่เกิดจากเชื้อโปรโตซัวที่ชื่อว่า Trichomonas vaginalis โรคนี้สามารถส่งผลกระทบต่อสุขภาพทางเพศ และชีวิตคู่ได้ หากไม่ได้รับการวินิจฉัย และรักษาอย่างถูกต้อง นอกจากอาการไม่พึงประสงค์ที่อาจเกิดขึ้นกับผู้ติดเชื้อแล้ว ยังมีความเสี่ยงในการแพร่กระจายเชื้อไปยังคู่นอน ทำให้เกิดปัญหาสุขภาพในระยะยาว

โรคพยาธิในช่องคลอด คืออะไร?

โรคพยาธิในช่องคลอด (Trichomoniasis) เป็นโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ที่เกิดจากเชื้อ Trichomonas vaginalis ซึ่งเป็นเชื้อโปรโตซัวขนาดเล็กที่สามารถอาศัยอยู่ในช่องคลอดของผู้หญิง และทางเดินปัสสาวะของผู้ชาย แม้ว่าโรคนี้สามารถเกิดขึ้นได้ทั้งในผู้ชาย และผู้หญิง แต่ผู้หญิงมักมีอาการที่ชัดเจนกว่า ในขณะที่ผู้ชายอาจไม่มีอาการเลย ทำให้การแพร่เชื้อสามารถเกิดขึ้นได้ง่ายโดยที่ผู้ติดเชื้อไม่รู้ตัว

สาเหตุของโรคพยาธิในช่องคลอด

โรคนี้เกิดจากการสัมผัสโดยตรงกับเชื้อ Trichomonas vaginalis ซึ่งสามารถติดต่อกันผ่านเพศสัมพันธ์ที่ไม่มีการป้องกัน โดยเชื้อจะอาศัยอยู่ในบริเวณช่องคลอดของผู้หญิง และท่อปัสสาวะของผู้ชาย

ปัจจัยเสี่ยงที่เพิ่มโอกาสในการติดเชื้อ ได้แก่:

  • การมีคู่นอนหลายคน
  • การมีเพศสัมพันธ์โดยไม่ใช้ถุงยางอนามัย
  • เคยมีประวัติโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์มาก่อน
  • ระบบภูมิคุ้มกันอ่อนแอ เช่น ผู้ที่ติดเชื้อ HIV
  • ไม่ได้รับการตรวจสุขภาพทางเพศเป็นประจำ
Quicky

อาการของโรคพยาธิในช่องคลอด

อาการของโรคพยาธิในช่องคลอดสามารถแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล บางคนอาจไม่มีอาการเลย ในขณะที่บางคนอาจมีอาการรุนแรง

อาการในผู้หญิง

  • ตกขาวผิดปกติ มีสีเขียว เหลือง หรือขาวขุ่น และมีกลิ่นเหม็น
  • คันหรือระคายเคืองในช่องคลอด
  • ปวดหรือรู้สึกแสบขณะปัสสาวะ
  • รู้สึกเจ็บหรือแสบขณะมีเพศสัมพันธ์
  • บวม แดง หรืออักเสบบริเวณช่องคลอด และปากมดลูก

อาการในผู้ชาย

  • ปัสสาวะแสบขัด
  • มีของเหลวผิดปกติออกจากท่อปัสสาวะ
  • คันหรือรู้สึกระคายเคืองภายในอวัยวะเพศ
  • อาการมักไม่ชัดเจน ทำให้ผู้ชายจำนวนมากไม่รู้ตัวว่าตนเองติดเชื้อ

วิธีการวินิจฉัยโรคพยาธิในช่องคลอด

หากคุณสงสัยว่าตนเองอาจติดเชื้อ ควรเข้าพบแพทย์เพื่อตรวจวินิจฉัยโดยเร็วที่สุด การวินิจฉัยโรคนี้ทำได้โดยใช้วิธีดังต่อไปนี้

  • การตรวจร่างกายทางนรีเวช แพทย์จะตรวจดูอาการผิดปกติ เช่น ตกขาว กลิ่น หรือการอักเสบของช่องคลอด
  • การตรวจทางห้องปฏิบัติการ การตรวจตกขาวหรือสารคัดหลั่งจากช่องคลอดภายใต้กล้องจุลทรรศน์ เพื่อหาเชื้อ Trichomonas vaginalis เช่น  การเพาะเชื้อเพื่อดูการเจริญเติบโตของเชื้อ หรือ การตรวจด้วย PCR Test เพื่อหาสารพันธุกรรมของเชื้อ
  • การตรวจปัสสาวะ ในผู้ชาย แพทย์อาจใช้วิธีตรวจปัสสาวะเพื่อตรวจหาเชื้อในท่อปัสสาวะ
การรักษา โรคพยาธิในช่องคลอด

Love2Test

การรักษาโรคพยาธิในช่องคลอด

โรคพยาธิในช่องคลอดสามารถรักษาได้ด้วยยาปฏิชีวนะที่แพทย์สั่งใช้ โดยยาที่ใช้รักษาโรคนี้ ได้แก่

  • การใช้ยาปฏิชีวนะ ยาที่ใช้ในการรักษาโรคพยาธิในช่องคลอด ได้แก่
    • Metronidazole
      • เป็นยาต้านจุลชีพที่นิยมใช้รักษาโรคพยาธิในช่องคลอด
      • รับประทานขนาด 2 กรัม ครั้งเดียว หรือ 500 มก. วันละ 2 ครั้ง เป็นเวลา 7 วัน
      • ควรรับประทานยาตามแพทย์สั่งให้ครบถ้วน เพื่อป้องกันการกลับมาเป็นซ้ำ
      • ห้ามดื่มแอลกอฮอล์ขณะใช้ยา เพราะอาจทำให้เกิดอาการคลื่นไส้ อาเจียน และเวียนศีรษะ
    • Tinidazole
      • มีฤทธิ์คล้าย Metronidazole แต่มีผลข้างเคียงน้อยกว่า
      • รับประทานขนาด 2 กรัม ครั้งเดียว
      • หลีกเลี่ยงการดื่มแอลกอฮอล์ระหว่างใช้ยา
  • การรักษาคู่นอน คู่นอนควรได้รับการรักษาพร้อมกัน แม้ว่าจะไม่มีอาการ เพื่อป้องกันการติดเชื้อซ้ำ งดมีเพศสัมพันธ์จนกว่าการรักษาจะเสร็จสมบูรณ์ และไม่มีอาการ
  • การติดตามผลการรักษา หากยังมีอาการหลังจากได้รับการรักษา ควรกลับไปพบแพทย์เพื่อตรวจซ้ำ ในบางกรณีอาจต้องใช้ยาในขนาดที่สูงขึ้น หรือใช้ยาต่อเนื่อง

โรคพยาธิในช่องคลอดสามารถรักษาให้หายขาดได้หากได้รับการรักษาอย่างถูกต้อง การปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์ และป้องกันตนเองจากการติดเชื้อซ้ำเป็นสิ่งสำคัญ เพื่อสุขภาพที่ดีของตนเอง และคู่รัก

การป้องกันโรคพยาธิในช่องคลอด

การป้องกันโรคพยาธิในช่องคลอดสามารถทำได้โดยปฏิบัติตามแนวทางต่อไปนี้

  • ใช้ถุงยางอนามัยทุกครั้งเมื่อมีเพศสัมพันธ์ เพื่อช่วยลดความเสี่ยงของการติดเชื้อโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ รวมถึงโรคพยาธิในช่องคลอด
  • จำกัดจำนวนคู่นอน การมีคู่นอนคนเดียว และมั่นใจในสุขภาพของคู่นอนสามารถช่วยลดความเสี่ยงในการติดเชื้อ
  • ตรวจสุขภาพทางเพศเป็นประจำ ควรเข้ารับการตรวจสุขภาพทางเพศสัมพันธ์อย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง โดยเฉพาะผู้ที่มีคู่นอนหลายคน
  • หลีกเลี่ยงการใช้ของใช้ส่วนตัวร่วมกัน เช่น หลีกเลี่ยงการใช้ผ้าเช็ดตัวหรือของใช้ส่วนตัวร่วมกับผู้อื่น เพื่อลดความเสี่ยงในการแพร่กระจายเชื้อ
  • เสริมสร้างภูมิคุ้มกันของร่างกาย การดูแลสุขภาพโดยการรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ ออกกำลังกาย และพักผ่อนให้เพียงพอ จะช่วยให้ร่างกายสามารถต่อสู้กับเชื้อโรคได้ดีขึ้น

อ่านบทความอื่น ๆ เพิ่มเติม

โรคพยาธิในช่องคลอดเป็นโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ที่สามารถรักษาได้หากได้รับการวินิจฉัย และรักษาอย่างถูกต้อง การป้องกันเป็นวิธีที่ดีที่สุดในการลดความเสี่ยงของการติดเชื้อ การใช้ถุงยางอนามัย การตรวจสุขภาพทางเพศเป็นประจำ และการดูแลสุขภาพโดยรวมล้วนเป็นสิ่งสำคัญในการป้องกัน และควบคุมโรคนี้

Buddy Chat — Love2Test

เอกสารอ้างอิง

  • Centers for Disease Control and Prevention (CDC). Trichomoniasis: Symptoms, Treatment, and Prevention. [ออนไลน์] เข้าถึงได้จาก: https://www.cdc.gov/std/trichomonas/stdfact-trichomoniasis.htm
  • World Health Organization (WHO). Trichomoniasis: Fact sheet. [ออนไลน์] เข้าถึงได้จาก: https://www.who.int/news-room/fact-sheets/detail/trichomoniasis
  • Verywell Health. Understanding Trichomoniasis: Causes, Symptoms, Diagnosis, and Treatment. [ออนไลน์] เข้าถึงได้จาก: https://www.verywellhealth.com/trichomoniasis-overview-3133097
  • มูลนิธิเพื่อผู้บริโภค. โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์: โรคพยาธิในช่องคลอด (Trichomoniasis). [ออนไลน์] เข้าถึงได้จาก: https://www.consumerthai.org/trichomoniasis
  • กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข. ข้อมูลโรคพยาธิในช่องคลอด และโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์อื่น ๆ. [ออนไลน์] เข้าถึงได้จาก: https://ddc.moph.go.th/diseaseinfo