โรคหูดหงอนไก่ เป็นโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ที่เกิดจากการติดเชื้อไวรัส Human Papillomavirus (HPV) ซึ่งเป็นไวรัสที่พบได้ทั่วไป และมีหลายสายพันธุ์ โรคนี้สามารถเกิดขึ้นได้ทั้งในเพศชาย และเพศหญิง โดยมักแสดงอาการเป็นติ่งเนื้อหรือก้อนเนื้อเล็กๆ คล้ายหงอนไก่ในบริเวณอวัยวะเพศ ทวารหนัก หรือบริเวณใกล้เคียง

แม้ว่าโรคหูดหงอนไก่ จะไม่ใช่โรคที่เป็นอันตรายถึงชีวิต แต่สามารถก่อให้เกิดความไม่สบายใจ และสร้างความรำคาญให้กับผู้ติดเชื้อได้ หากปล่อยไว้โดยไม่รับการรักษา อาจทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อน รวมถึงเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดมะเร็งปากมดลูก มะเร็งทวารหนัก และมะเร็งอวัยวะเพศได้ การทำความเข้าใจเกี่ยวกับ อาการ สาเหตุ วิธีรักษา และแนวทางป้องกัน จะช่วยลดความเสี่ยงในการติดเชื้อ และช่วยให้สามารถจัดการกับโรคนี้ได้อย่างเหมาะสม

โรคหูดหงอนไก่ คืออะไร?

โรคหูดหงอนไก่ (Genital Warts) เกิดจากการติดเชื้อไวรัส Human Papillomavirus (HPV)  สายพันธุ์ความเสี่ยงต่ำ (Low-risk HPV) ได้แก่ สายพันธุ์ 6 และ 11 ซึ่งทำให้เกิดติ่งเนื้อบริเวณอวัยวะเพศ หรือทวารหนัก โดยโรคนี้สามารถแพร่กระจายผ่านการสัมผัสโดยตรงระหว่างมีเพศสัมพันธ์ ทั้งทางช่องคลอด ทวารหนัก และออรัลเซ็กซ์

สาเหตุของโรคหูดหงอนไก่

โรคหูดหงอนไก่ เกิดจากการติดเชื้อไวรัส HPV สายพันธุ์ 6 และ 11  ซึ่ง HPV เป็นไวรัสที่สามารถติดต่อได้ง่าย แม้จะใช้ถุงยางอนามัย ก็ยังมีโอกาสแพร่เชื้อผ่านการสัมผัสผิวหนังที่ติดเชื้อ หากได้รับเชื้อแล้ว บางคนอาจไม่แสดงอาการเป็นเวลาหลายเดือนหรือหลายปี ทำให้โรคนี้มีการแพร่กระจายโดยไม่รู้ตัว

ซึ่งสามารถแพร่กระจายได้ผ่าน

  • การมีเพศสัมพันธ์โดยไม่ป้องกัน (ช่องคลอด ทวารหนัก และออรัลเซ็กซ์)
  • การสัมผัสโดยตรงกับผิวหนังที่ติดเชื้อ
  • การใช้ของใช้ส่วนตัวร่วมกัน เช่น ผ้าเช็ดตัว มีดโกน หรือของเล่นทางเพศ
  • จากแม่สู่ลูกระหว่างการคลอด ในกรณีที่แม่มีหูดหงอนไก่บริเวณช่องคลอด
Quicky

อาการของโรคหูดหงอนไก่

อาการของโรคหูดหงอนไก่สามารถแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล โดยอาการอาจแสดงหลังได้รับเชื้อ HPV ตั้งแต่ไม่กี่สัปดาห์ไปจนถึงหลายเดือน โดยสามารถสังเกตได้จากลักษณะดังต่อไปนี้

  • ลักษณะของหูดหงอนไก่
    • เป็นติ่งเนื้อเล็กๆ สีชมพู สีเนื้อ หรือสีขาว ที่ขึ้นเป็นกลุ่มคล้ายดอกกะหล่ำหรือหงอนไก่
    • มีลักษณะ นุ่ม และยืดหยุ่นได้ ขนาดเล็กตั้งแต่ 1-2 มิลลิเมตร จนถึงขนาดใหญ่ขึ้น
    • อาจพบเพียง 1 ตุ่มหรือหลายตุ่มรวมกัน
    • อาจมี อาการคัน แสบ หรือรู้สึกระคายเคือง ได้ในบางกรณี
    • บางครั้งหูดหงอนไก่อาจขยายขนาดหรือมีจำนวนเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะในผู้ที่มีภูมิคุ้มกันอ่อนแอ
  • ตำแหน่งที่พบบ่อย
    • ในผู้หญิง: พบที่บริเวณปากช่องคลอด ผนังช่องคลอด แคมเล็ก แคมใหญ่ ปากมดลูก หรือรอบทวารหนัก
    • ในผู้ชาย: พบที่บริเวณอวัยวะเพศชาย หนังหุ้มปลายองคชาต โคนอวัยวะเพศ ถุงอัณฑะ หรือรอบทวารหนัก
    • ในทั้งสองเพศ: สามารถพบที่บริเวณขาหนีบ รอบทวารหนัก หรือแม้แต่ภายในท่อปัสสาวะ
    • จากออรัลเซ็กซ์: อาจพบในปาก ลำคอ หรือรอบริมฝีปาก
  • อาการอื่นๆ ที่อาจพบร่วม
    • หากมีหูดในช่องคลอดหรือปากมดลูก อาจทำให้เกิดอาการตกขาวผิดปกติหรือมีเลือดออกหลังมีเพศสัมพันธ์
    • หากมีหูดในทวารหนัก อาจทำให้รู้สึกไม่สบาย มีเลือดออก หรือมีอาการคัน
    • หากมีหูดในท่อปัสสาวะ อาจทำให้ปัสสาวะแสบขัด หรือปัสสาวะลำบาก

การวินิจฉัยโรคหูดหงอนไก่

แพทย์สามารถวินิจฉัยโรคหูดหงอนไก่ได้โดย

  • การตรวจร่างกาย: สังเกตลักษณะของหูด
  • การส่องกล้องขยาย (Colposcopy): ใช้ตรวจหาหูดในช่องคลอด หรือปากมดลูก
  • การตรวจหาเชื้อ HPV DNA: เพื่อตรวจหาเชื้อ HPV และระบุสายพันธุ์
  • การตรวจชิ้นเนื้อ: กรณีต้องแยกโรคจากภาวะอื่นๆ เช่น มะเร็งปากมดลูก
การวินิจฉัยโรคหูดหงอนไก่

Love2Test

วิธีรักษาโรคหูดหงอนไก่

  • การรักษาด้วยยา
    • ยาทา Podophyllotoxin (0.5%) ช่วยทำให้หูดหลุดออก
    • ยาทา Imiquimod (5%) กระตุ้นระบบภูมิคุ้มกันเพื่อต่อสู้กับไวรัส
    • ยาทา Trichloroacetic Acid (TCA) ใช้แต้มเพื่อทำให้หูดฝ่อ
  • การรักษาทางการแพทย์
    • การจี้ด้วยความเย็น (Cryotherapy): ใช้ไนโตรเจนเหลวจี้หูดให้หลุด
    • การจี้ไฟฟ้า (Electrocautery): ใช้พลังงานไฟฟ้าเผาทำลายหูด
    • การผ่าตัดเล็ก (Excision): ใช้มีดผ่าตัดตัดติ่งหูดออก
    • การรักษาด้วยเลเซอร์ (CO2 Laser): ทำลายหูดด้วยพลังงานเลเซอร์

การป้องกันโรคหูดหงอนไก่

  • ฉีดวัคซีน HPV: เช่น วัคซีน Gardasil 9 ซึ่งสามารถป้องกัน HPV สายพันธุ์ 6, 11, 16, 18 และสายพันธุ์อื่นๆ
  • ใช้ถุงยางอนามัย: แม้ไม่สามารถป้องกันได้ 100% แต่ช่วยลดความเสี่ยง
  • หลีกเลี่ยงการมีคู่นอนหลายคน: เพราะยิ่งมีคู่นอนมาก ความเสี่ยงในการติดเชื้อก็สูงขึ้น
  • รักษาสุขอนามัย: หลีกเลี่ยงการใช้ของใช้ส่วนตัวร่วมกับผู้อื่น
  • ตรวจสุขภาพทางเพศสัมพันธ์เป็นประจำ: โดยเฉพาะผู้ที่มีความเสี่ยงสูง
Buddy Chat — Love2Test

อ่านบทความอื่น ๆ เพิ่มเติม

โรคหูดหงอนไก่เป็นโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ที่เกิดจากไวรัส HPV และสามารถพบได้บ่อย หากสังเกตเห็นอาการผิดปกติ เช่น ติ่งเนื้อบริเวณอวัยวะเพศ คัน หรือระคายเคือง ควรรีบพบแพทย์เพื่อรับการวินิจฉัย และรักษาที่เหมาะสม การป้องกันด้วยวัคซีน HPV และการปฏิบัติตัวอย่างปลอดภัยทางเพศสัมพันธ์ เป็นวิธีที่ดีที่สุดในการลดความเสี่ยงของการติดเชื้อ และแพร่กระจายของโรคนี้